สุดเวทนา! หนูน้อยวัย 14 ปี รับภาระดูแลพ่อตาบอดทั้งสองข้าง อาศัยในบ้านสังกะสีใกล้พัง วอนเมตตาเด็กตาดำๆ!!

วันที่ 25 ก.ค. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง ว่ามีเด็กหญิงอายุ14 ปี ยอดกตัญญูที่ต้องรับภาระดูแลพ่อตาบอดทั้งสองข้าง จึงประสานกับผู้นำท้องถิ่น อ...


วันที่ 25 ก.ค. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง ว่ามีเด็กหญิงอายุ14 ปี ยอดกตัญญูที่ต้องรับภาระดูแลพ่อตาบอดทั้งสองข้าง จึงประสานกับผู้นำท้องถิ่น อาทิ นายคำพูล นงค์พรหมมา กำนัน ต.ย่านรี พระครูวาปี ศีลคุณเจ้าคณะตำบลย่านรี เขต 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบ


พบด.ญ.จันจิรา มาบัง อายุ14 ปีเป็นนักเรียนกำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2 โรงเรียนบ้านเขาด้วน ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี สภาพบ้านของเธอปลูกเป็นไม้ลักษณะคล้ายกระท่อม ยกพื้นสูง 50 ซม.โดยมีหลังคามุงด้วยสังกะสีสภาพเก่าๆผุๆ ทั้งฝาบ้าน และ หลังคารวมถึงห้องน้ำ ในสภาพที่ผุพัง ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีหลังคา

จากการสอบถามนายปาง มาบัง อายุ 55 ปี เจ้าของบ้านซึ่งตาบอด กล่าวว่า “ ตนเองมีรวมลูก 4 คน แยกทางกับภรรยาแล้ว เมื่อหลายปีที่ผ่านมา โดยมีอาชีพรับ จ้างทั่วไป วันหนึ่ง เมื่อ4 ปี ที่ผ่านมา ตนไปรับจ้างตัดไม้ยูคาลิปตัส ได้เกิดอุบัติเหตุ กิ่งไม้ได้ฟาดลงมาถูกที่ตาข้างขวา ทำให้เกิดอาการเคืองตาอย่างรุนแรง จนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี แต่อาการไม่ดีขึ้นประกอบกับตาข้าวซ้ายเป็นต้อกระจกอยู่ก่อนแล้ว ทำให้อาการกำเริบหนัก จนกระทั่งกลายเป็นคนตาบอดทั้งสองข้าง (บอดตาใส) มองไม่เห็น ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องอาศัยลูกสาวคอยดูแล”นายปางกล่าว



นายปางกล่าวต่อไปว่า “ ตนเองมีลูกรวม 4 คน คนโต อายุ25 ปี ป่วยมีโรคประจำตัว , คนรองเป็นผู้หญิงแต่งงานแยกครอบครัวไปแล้ว ยังเหลือ ด.ญ.จันทร์จิรากับ อายุ14 ปี กับ ด.ช.ไชยวุฒิ มาบัง อายุ12 ปี โดยที่ผ่านมาได้ลูกสาวคนกลาง “น้องหญิง” คอยดูแลตนทั้งเช้าและเย็น โดยตอนก่อนไปโรงเรียน และ หลังเลิกโรงเรียน ในการคอยป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดตัวพาเข้าห้องน้ำถ่ายหนัก – เบาสารพัด”

“บนฐานะจากความยากจน และตาบอดมองไม่เห็น ไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ชายคาที่อยู่อาศัย ไม่สามารถซ่อมแซมได้ สภาพบ้าน ฝาผุพัง หลังคาสังกะสีรั่วเป็นรู และ พังเป็นแถบๆไม่มีประตูบ้านที่มิดชิด และมั่นคง มีห้องแคบๆมุ้งเก่าๆ ไม่มีในครัวในการทำกับข้าวอยู่อย่างตามมีตามเกิดไม่มีแม้แต่กระทั่งตู้ใส่เสื้อผ้า มีเสื้อผ้ากันคนละไม่กี่ชุด ฐานะค่อนข้างแย่มากดีที่มีลูกสาวคอยดูแลรู้สึกสงสารลูกๆ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ปลอบใจลูกๆ อย่าท้อ อย่าเป็นคนไม่ดี ต้องรู้จักเป็นคนดีของสังคม”นายปางกล่าว

ด้าน น้องหญิง บอกว่า “เวลาฝนตก น้ำฝนจะไหลลงมาใส่พื้น กับที่นอน ต้องพาพ่อ มาหลบนั่งพิงฝาผนังเพื่อให้ตัวเปียกน้อยที่สุด”

น้องหญิงกล่าวต่อไปว่า ตัวเองรู้สึกสงสารพ่อมากแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดูแลพ่อบังเกิดเกล้าเท่าที่จะทำได้และจะดูแลพ่อแบบนี้ตลอดไป กับข้าวก็มีกิน ตามมีตามเกิด มีบ้างย่าหยิบยื่นให้แต่ก็มีฐานะไม่สู้ดีนักเช่นกัน

ใกล้ถึงวันแม่แล้วตนคิดถึงแม่เหมือนกันไม่เคยเห็นหน้าแม่ รู้จากพ่อว่าแยกทางกับแม่นานแล้ว ซึ่งก็ได้คุยกับน้องชายบ้างเหมือนกันว่าคิดถึงแม่ไม่รู้ว่าแม่จะคิดถึงพวกเราบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้”

  น้องหญิงกล่าวต่อว่า “อยากมีเสื้อผ้าใส่ กับ มีสังกะสีมุงหลังคา เวลาฝนตกจะรู้สึกหนาวมากไม่รู้ว่าจะมีโอกาสมีบ้านที่สมบูรณ์พอได้หลบแดดหลบฝนกับเขาได้หรือไม่


CR:http://www.siamvariety.com/view-21155.html

You Might Also Like

0 comments

Flickr Images