ช่วยยายด้วย!! แม่เฒ่าวัย 79 เล่าทั้งน้ำตา หลานสาวอายุ 29 แต่ใช้ชีวิตเหมือนสัตว์ ไม่นุ่งผ้า กินข้าวจากพื้น เพราะสาเหตุนี้เวทนาสุดๆ!!

มีหญิงสาววัย 29 ปี ที่ใช้ชีวิตอยู่เหมือนสัตว์ ไม่สวมใส่เสื้อผ้า กินอาหารจากพื้นต้องขังไว้ในห้องเพียงลำพังมานานนับ 10 ปี จึงเดินทางไปตรวจส...


มีหญิงสาววัย 29 ปี ที่ใช้ชีวิตอยู่เหมือนสัตว์ ไม่สวมใส่เสื้อผ้า กินอาหารจากพื้นต้องขังไว้ในห้องเพียงลำพังมานานนับ 10 ปี จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่บ้านดังกล่าวพบ นางจำกูล นุชกระโทก อายุ 79 ปี เจ้าของบ้าน พาไปดูห้องปูนทึบที่ถูกสร้างอยู่ข้างบ้าน ขนาดประมาณ 3X3 เมตร ด้านบนมีช่องทำเป็นกรงตะแกรงกันพอให้มีอากาศถ่ายเทได้ ประตูถูกปิดลูกกุญแจค้องล็อคจากด้านนอก ภายในห้องพบ น.ส.สุ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นหลานสาวอาศัยอยู่ภายในห้องไม่มีที่นอนหมอนมุ้ง อยู่ในสภาพเปลือยกายไม่สวมเสื้อผ้านอนอยู่บนพื้นปูน โดยมีผู้เป็นยาย เฝ้าดูแลและนำอาหารมาให้กิน

นางจำกูล ผู้เป็นยาย เปิดเผยว่า หลานคนนี้เป็นลูกของลูกสาวคนโต หลังจากคลอดออกมาก็มีปัญหากับสามีแยกทางกันและหายไปไม่ได้กลับมาดูแล ต้องเลี้ยงดูมาตั้งแต่อายุ 3 เดือน โดยปัจจุบันอาศัยอยู่กับสามีวัย 82 ปี ที่หลงๆลืมๆ ช่วยงานไม่ได้ ขณะที่หลานคนนี้มีอาการพิการซ้ำซ้อน ทั้งหูหนวก ตาบอด และน่าจะมีอาการทางสมองด้วย ทำให้เลี้ยงอยากสอนไม่รู้เรื่อง จึงใช้ชีวิตเหมือนสัตว์ไม่ยอมเดิน คลานเหมือนสัตว์ หากออกนอกบ้านก็จะคลานไปเรื่อยปล่อยให้อยู่ลำพังไม่ได้ จึงต้องให้อยู่ภายในบ้าน สวมใส่เสื้อผ้าให้ก็ไม่เอาฉีกทิ้งหมด กินข้าวกินน้ำ ให้ขันใส่ชามก็ไม่เอาจะขว้างปาทิ้ง ต้องวางให้ที่พื้นให้หยิบกินเอง และชอบวิดน้ำกินจากอ่าง เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก

เมื่อโตขึ้นก็มีพฤติกรรมขว้างปาข้าวของขังไว้ในบ้านก็ไม่ได้พังข้าวของเสียหายหมด จึงต้องทำคอกไม้ให้อยู่ที่หลังบ้าน แต่ก็ยังชอบหนีออกมาจากคอกบ่อยๆ จึงต้องล่ามโซ่ไว้ในบางครั้ง ล่าสุด ทาง อบต.ละลมใหม่พัฒนา ได้มาสร้างบ้านที่อยู่ในปัจจุบัน ภายในลาดปูนให้ มีอ่างน้ำให้กิน โดยที่ตนเป็นผู้หาอาหารมาส่งเป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนม มาม่า หรือขนมจีน โดยจะไม่ยอมกินข้าวมาตั้งแต่เกิด

นางจำกูล บอกอีกว่า ปัจจุบันในบั้นปลายชีวิตแย่หนักกว่าเดิม เมื่อบ้านและที่ดินที่อาศัยอยู่ ที่มอบให้ลูกสาวคนเล็ก ก็นำไปจำนำ นำเงินไปลงทุนค้าขาย ก็ไม่ประสบความสำเร็จทุนหายหมด รวมทั้งต้นดอกเป็นเงิน 2 แสน ไม่มีปัญญาหาเงินไปไถ่ถอน ล่าสุดนายทุนมาแจ้งว่าบ้านและที่ได้ตกเป็นของนายทุนแล้ว

ตนได้ไปพูดคุยแล้วนายทุนก็ยังใจดีให้หาเงิน 2 แสนไปไถ่ถอนได้ โดยจะไม่ไล่ออกจากบ้าน แต่ก็คงจนปัญญาที่จะหาเงิน 2 แสนได้ จึงไม่รู้ว่าอนาคต จะเป็นอย่างไรเมื่อไม่มีบ้านจะอยู่ถึงตอนนี้จึงมืดแปดด้านไม่มีทางออกทั้งเรื่องบ้านที่จะถูกยึดและเรื่องหลานที่ห่วงว่าหาตนตายไปจะไม่มีใครดูแล

CR:https://www.siamvariety.com/view-21522.html

You Might Also Like

0 comments

Flickr Images