Hot news
ตร.แจ้งข้อหาเพิ่ม ไอ้เก่งและกิ๊ก ค้านประกันตัวหวั่นทำลายหลักฐาน ย้ำต้องประหารเท่านั้น!!!(รายละเอียด)
2:43 AM
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 25 ธ.ค. ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร (ศปก.ภ.จว.ชุมพร) สำนักงานตำรวจภูธร จ.ชุมพร พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.ชุมพร พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ พ่วงพิศ ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.พุฒิพงศ์ พานิชศิลป์ ผกก.สภ.สลุย และเจ้าหน้าที่ ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดี “หมอปอ”

พล.ต.ต.สนธิชัย เปิดเผยว่า โดยสรุปทางคดีอย่างเป็นทางการอีกครั้งเพื่อให้มีความเข้าใจตรงกัน มาจนถึงวันนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหานายรณชัย ปานชาติ หรือเก่ง ว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาติในที่สาธารณะ ซึ่งก่อนหน้านั้นแจ้งไว้เพียง 2 ข้อหา แต่ในขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายเก่งเพิ่มอีก 1 ข้อหาคือ ลักทรัพย์จากวันที่นายเก่งยิงแฟนสาวแล้วได้เอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย รวม 3 ข้อหา ส่วนน.ส.นฤมล ช่วยสมบัติ ยังคงมี 2 ข้อหาคือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาติในที่สาธารณะและรับของโจร
พล.ต.ต.สนธิชัย กล่าวว่า ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ขออำนาจศาลฝากขังไว้แล้ว โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน เพราะว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญเป็นที่สนใจของประชาชน และถ้าให้ประกันตัวออกไปสามารถไปทำลายพยานหลักฐานได้ ในเบื้องต้นยังมีสื่อและกระแสสังคมที่เข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการสอบปากคำ น.ส.นฤมลที่ร่วมก่อคดีในฐานะพยาน แต่ไม่เคยกันตัวไว้เป็นพยาน การสอบในฐานะพยานเพื่อให้พยานหลักฐานเกิดความสมบูรณ์ก่อน จากนั้นจึงขออนุมัติหมายศาลจับตัวนายเก่ง และเมื่อมีพยานหลักฐานเพียงพอว่าพยานมีส่วนในการร่วมกระทำความผิดด้วย จึงแจ้งขอกล่าวหาและออกหมายจับ น.ส.นฤมลในเวลาต่อมา แต่หากกันตัวเป็นพยาน หมายถึงบุคคลนั้นต้องถูกจับกุมแล้ว และพนักงานสอบสวนทำสำนวนสั่งไม่ฟ้อง จึงจะเข้าสู่กระบวนการกันไว้เป็นพยาน
พล.ต.ต.สนธิชัย กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ได้ยื่นสำนวนเอกสารส่งอัยการเป็นที่เรียบร้อย มั่นใจว่าในพยานหลักฐานที่ได้รวบรวมเอาไว้สามารถส่งฟ้องต่อศาลได อย่างไรก็ตามแต่ในวันนี้จะประชุมเพื่อสรุปถึงรายละเอียดว่ามีความพร้อมเท่าไหร่อย่างไรและรอรายละเอียดผลตรวจต่างๆต้องรวดเร็วที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดในชั้นกระบวนการสอบสวน พร้อมทั้งรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสวิฟที่ผู้ต้องหาใช้ในการกระทำผิดยึดไว้ตั้งแต่วันแรกแล้วแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนเท่านั้นเอง ซึ่งตนเองไม่ทำงานตามกระแลสังคมแต่ขอทำงานตามพยานหลักฐานเท่านั้น
สำหรับข้อหาที่ได้แจ้งไปกับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต แต่อย่างไรก็ตามกระบวนการพิจารณาของศาลเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถไปล่วงละเมิดต่อศาลได้ อยู่ที่ดุลพินิจของศาล ในส่วนเรื่องทรัพย์ต่างๆที่เป็นปัญหาของครอบครัวทั้งสองฝ่าย ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ได้รับเอกสารแต่อย่างใดและอีกอย่างทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบข้อเท็จจริง แจ้งให้ทางญาติทราบว่าถ้ามีเอกสารให้นำมายื่นเพื่อให้ได้รับทราบและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยินดีที่จะสืบสวนให้ต่อไป
CR:https://www.siamvariety.com/view-24456.html
0 comments